1.รถแท็กซี่ที่เวียดนามขี้งก
เรื่องนี้ อาจเคยเห็นแท็กซี่ในไทย ชอบอมค่าเดินทาง คือ เหลือตังทอนเป็นเศษ ก็หุบเงินเหมือนเต็มราคาไว้เสียอย่างงั้น ที่เวียดนามก็เช่นกัน ถ้าเราใช้บริการแท็กซี่ไปถึงเป้าหมายแล้ว คนขับก็จะทอนเงินไม่ครบ อ้างว่าไม่มีเงินย่อยไว้ทอน จนนักท่องเที่ยวต้องยอมลุกออกจากรถ คนขับได้ตังค์สบายเฉิบ วิธีแก้คือ ตื้อเอาเงินทอนจากคนขับให้ได้ โดยนั่งรออยู่ในรถนั้นแหล่ะ แสดงให้เห็นว่า เราไม่ได้ให้ทิปกับเค้านะ เดี่ยวคนขับก็ใจอ่อน รำคาญเราไปเอง กรณีนี้ใช้ได้กับ แท็กซี่บางคันในเวียดนามนะ ถ้าเจอคนขับขี้งกแถมพูดไม่รู้เรื่องอีก ต้องทำใจอย่างเดียว
2.แท็กซี่ บริษัท MaiLinh วางใจ ไม่โกงเงิน ประมาณ 70%
ผู้ใช้บริการแท็กซี่ ในเมืองไทยของหลายๆ คน ต้องพบเจอมาอย่างแน่นอน นั่นคือ แท็กซี่พาวนอ้อม ไม่รู้เมื่อไรจะถึงที่หมาย ทั้งที่ความเป็นจริง ก็แค่อีกฝากซอยถนนหนทางแค่นั้นเอง ขับวนเหมือนระยะไกลประมาณกรุงเทพ-ชลบุรี กลเจ้าเล่ห์ทำเป็นอินโนเซ้นท์ของคนขับ ที่เวียดนามก็ไม่ใช่เล่นเช่นกัน แท็กซี่หลายเจ้าของเวียดนามก็ทำแบบนี้ ไม่เชื่อไปทำคนเวียดนามเองยังโดนเลย นักท่องเที่ยวทั่วไป ก็คงจะไม่รอดกลอุบายนี้อย่างแน่นอน จึงมีการพยายามจัดมาตราฐานแท็กซี่เวียดนาม ที่ซื่อตรง ไม่คดโกงเงินลูกค้า จึงพบว่า แท็กซี่ของบริษัท MaiLinh (อ่านว่า ม่ายหลิง) มีมาตราฐานดีที่สุด โอกาสโดนโกงมิเตอร์น้อยที่สุด เวลาจะไปไหนมาไหนที่เวียดนาม ลองใช้บริการแท็กซี่ ม่ายหลิง เป็นทางเลือกแรกดู
3.ชื้อของ ที่ติดป้ายชัดเจน กันโดนโกงราคา
กรณีในไทย อาจจะใช้กับลูกค้าชาวไทยไม่ได้ผล แต่ถ้าเราไปเวียดนามมีสิทธิ์โดนคดโกงได้เช่นกัน ทั้งที่ชื้อของชิ้นเดียวกัน ลักษณะเดียวกัน แถมในร้านเดียวกันอีกด้วย คนขายยังระบุราคาไม่เท่ากันเลย ขนาดคนเวียดนามที่มาจากต่างพื้นที่ ยังโดนหลอกลวงเช่นกัน ดังนั้น พยายามชื้อสินค้าที่ติดป้ายราคาเด่นชัด แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้พยายามต่อรองราคาลงมาให้มากที่สุด เชื่อว่านักช้อปชาวไทย ไม่เป็นรองในเรื่องนี้
4.แลกเงินกับร้านขายเพชร ทอง ที่เวียดนาม ให้ราคาดีกว่าแลกธนาคาร
แต่ทว่าผิดกฏหมาย!อย่างที่หลายๆ คนพอจะทราบว่า การแลกเงินประเทศนั้นๆ กับแบงค์ มักจะได้ราคาเงินตามความผันผวนของเศรษฐกิจ แต่นักท่องเที่ยวที่ไปเวียดนาม ก็ยังคงนิยมแลกเปลี่ยนเงินกับร้านเพชร ทอง ซึ่งให้ราคาดีกว่าแลกเปลี่ยนกับธนาคาร แถมแลกเปลี่ยนได้หลายสกุลเงินอีกด้วย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การแลกเงินเถื่อนเช่นนี้ เป็นสิ่งผิดกฏหมาย แถมมีสิทธิ์โดนแบงค์ปลอมมาอีกต่างหาก แลกเปลี่ยนกับแบงค์ถูกหน่อย แต่ปลอดภัยใช้จ่ายอย่างสุขใจ
5. รับประทานอาหารที่นี่ ไม่มีน้ำฟรี บริการให้นะ
ต่างจากบ้านเราที่ร้านอาหารทั่วไป ไม่ว่าจะข้างทาง ตรอกซอย หน้าหมู่บ้าน ส่วนใหญ่บริการน้ำดื่มฟรีให้กับลูกค้า แต่ที่เวียดนาม เมื่อนักท่องเที่ยวกินอิ่มเสร็จ แล้วไม่สั่งน้ำ เค้าก็ไม่เสิร์ฟมาให้ เพราะคนที่นี่ ส่วนใหญ่นิยมดื่มน้ำชามากกว่า หากสั่งน้ำเปล่า ทางร้านเค้าจะเอาน้ำเปล่าขายเป็นขวดมาให้ ราคาน้ำดื่มก็แล้วแต่ทางร้านจะขายอีกเช่นเดียวกัน
6.ระวังกระเป๋าเงินท่าน ไว้ให้ดี!
ทุกที่ย่อมมีโจรผู้ร้ายล้วงกระเป๋า เวียดนามก็เป็นอีกหนึ่งที่ในโลก ที่ได้ชื่อลือชาเรื่องมือไว ล้วงเงินทองนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในย่านท้องถิ่น ที่มีคนคับคั่ง ยิ่งเป็นจุดลงมือของโจรผู้ร้ายโดยสะดวก สิ่งที่เตือนนักท่องเที่ยวได้คือ พยายามเก็บของมีค่า ไว้ในตู้เซฟของโรงแรม หรือถ้าจำเป็นต้องออกมาด้วย ก็ควรเก็บไว้กับตัวด้านหน้าอย่างมิดชิด และตรวจสอบท่าทางของผู้คนรอบข้างอยู่เสมอ โดยเฉพาะพวกที่เนียนมาใกล้ตัวเรา..

7.ระวัง… มอเตอร์ไซค์
ที่เมืองฮานอย ที่นี่ไม่ใช่เป็นแค่นครหลวงของประเทศเท่านั้น ยังเป็นเมืองใหญ่แห่งจักรยานยนต์อีกด้วย เราจะได้ยินเสียงจักรยานยนต์ทั้งวัน ได้ยินเสียงกดแตรกึกก้องสนั่นกันทุกๆ สี่แยก เพราะจักรยานยนต์ที่นี่เยอะมากๆ เวลาข้ามถนนหนทางในเมืองต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ทุกเส้นทางในฮานอย หรือที่เมืองอื่นๆ มีไว้ให้คนหลบรถ ไม่ใช่รถหลบคนอย่างแน่นอน

8.เห็นกิริยาท่าทางแปลกๆของชาวเวียดนาม ห้ามเข้าไปถ่ายรูปเด็ดขาด!
บ่อยครั้งที่ไปเที่ยวต่างประเทศ แล้วเห็นผู้คนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมแปลกตา ไม่เคยเห็น ทำให้นักท่องเที่ยวเหล่านี้ ไม่พ้นที่จะถ่ายภาพ เก็บรูปไว้เป็นที่ระลึก แต่ช้าก่อน! ที่เวียดนาม ถ้าคุณได้เห็นกิริยาท่าทางแปลกประหลาดอาทิ ที่เมืองเดี่ยนเบียนฝู ได้เห็นชาวประมงกำลังนั่งตกปลาอยู่บนชายหาด ทั้งที่จริงแล้วห่างจากทะเลหลายเมตร นี่อาจจะเป็นกิริยาท่าทางที่ดูชวนตลก และน่าเก็บภาพ ไปลงเฟซบุ๊ค อินสตาแกรม แชร์อวดเพื่อน แต่ความจริงแล้ว คุณกำลังจะเสียตังค์ฟรีๆ แบบไม่รู้ตัว เพราะชาวประมงที่ว่านี่ จะเดินมาหาคุณ พร้อมตะโกนเรียกเก็บเงิน ในฐานะที่เค้าเป็นนายแบบให้คุณมาถ่ายรูปนั่นเอง! (แบบนี้ก็มีด้วย...)







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น